รับทำวีซ่า ขอคำปรึกษาฟรี | ทุกปัญหาวีซ่า เราช่วยคุณได้

Menu
Menu

สอบถามผ่านแบบฟอร์ม

หากคุณมีความกังวลใด ๆ หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการที่เรา กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างนี้ กรุณาให้แน่ใจว่าจะกรอกข้อมูลในช่องที่มีเครื่องหมาย *เราจะตอบคำถามของคุณที่มีโอกาสใช้ได้เร็วที่สุด

ที่ตั้งสำนักงาน

การเดินทางเข้าไทยสำหรับคนต่างชาติในช่วง COVID-19

(Update จาก สถานทูต กัมพูชา)

 

  1. ประเภทของคนต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไทย

 

1.1 คนต่างชาติที่จำเป็นต้องไปรักษาพยาบาลและผู้ติดตามไม่เกิน 3 คน และต้องไม่เป็นกรณีเข้าไทยเพื่อการรักษาพยาบาลโรค COVID-19

1.2 คนต่างชาติที่มีคู่สมรสตามกฎหมาย บิดา มารดา หรือบุตร เป็นบุคคลสัญชาติไทย

1.3 คนต่างชาติที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย และคู่สมรส/บุตร

1.4 คนต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำงานในไทย และคู่สมรส/บุตร

1.5 คนต่างชาติที่เป็นนักเรียน/นักศึกษาของสถานศึกษาในไทยที่ทางการไทยรับรอง และบิดา/มารดา/ผู้ปกครอง รวมถึงการเข้ามารับการศึกษา/ดูงาน/ฝึกงาน อบรมในระยะสั้น ในหน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ องค์กรระหว่างประเทศ หรือสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนตามกฎหมาย/เข้ามาประชุมหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาขององค์กรเอกชนในประเทศไทย

1.6 บุคคลในคณะทูตหรือคณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ และครอบครัว

1.7 คนต่างชาติที่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส TR

1.8 คนต่างชาติที่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส STV

1.9 คนต่างชาติ (หนังสือเดินทางธรรมดา) ที่สามารถเข้าไปท่องเที่ยวไทยได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า ประเภท 30 วัน หรือ 90 วัน

1.10 คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant B (การติดต่อหรือประกอบธุรกิจ)

1.11 คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant O (เพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย) หรือ O-X หรือ O-A

1.12 คนต่างชาติที่มี Elite visa ที่ได้รับอนุมัติเป็นการเฉพาะ

1.13 คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant R (เข้ามาเผยแผ่ศาสนาในประเทศไทย) โดยต้องมีหนังสืออนุมัติจากกรมการศาสนา

1.14 คนต่างชาติที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครในองค์กรเอกชน (NGO) หรือองค์กรการกุศล สาธารณะ หรือมูลนิธิ

1.15 คนต่างชาติที่เคยมีสัญชาติไทย

1.16 คนต่างชาติที่เข้ามาเป็นคู่ความและพยานในการดำเนินคดีในประเทศไทย

1.17 คนต่างชาติที่มีวีซ่า (Transit visa) เพื่อเดินทางผ่านประเทศไทยโดยออกจากสนามบิน โดยบุคคลกลุ่มนี้ยังต้องกักตัว 14 วัน

1.18 คนต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเล่นกีฬาในประเทศไทย โดยต้องได้รับการอนุมัติจากสมาคมกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ

1.19 ผู้ถือบัตร APEC Card ที่มีรหัส THA

คนต่างชาติที่ไม่เข้าข่ายกลุ่มต่าง ๆ ข้างต้นยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไทย เช่น ผู้เดินทางผ่านประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนเที่ยวบินแบบลงจากเครื่องบินแต่ไม่ได้ออกจากสนามบิน (transit passengers) แรงงานและครอบครัว นักเรียนในโรงเรียนนอกระบบ (อาทิ โรงเรียนสอนภาษา ดำน้ำ มวย ตัดเย็บเสื้อผ้า)

 

  1. เอกสารที่คนต่างชาติต้องแสดงที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสำหรับการเดินทางเข้าไทย

 

2.1 หนังสือเดินทางและวีซ่า

2.2 หนังสือรับรองการเดินทางเข้าไทย (Certificate of Entry: COE)

2.3 Declaration Form (คลิกเพื่อดาวน์โหลด) https://drive.google.com/file/d/1EoC16yKbnJrDbms9UMzDy-jFCZ1i5BeA/view ที่ผู้ร้องกรอกข้อมูลและลงนามรับทราบข้อปฏิบัติ

2.4 ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly/Fit to Travel Health Certificate) ซึ่งมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง (* โปรดดูคำอธิบายแนบท้าย)

2.5 ผลการตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ซึ่งเป็นลบ ซึ่งมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง (* โปรดดูคำอธิบายแนบท้าย)

 

  1. การขอรับCOE และวีซ่า

 

3.1 เอกสารที่คนต่างชาติทุกประเภท (1.1-1.10) จะต้องแสดงต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แก่

3.1.1 หนังสือเดินทางและสำเนาหนังสือเดินทาง

3.1.2 กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่มีวงเงินเอาประกันไม่ต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ซึ่งต้องครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล (รวมทั้งกรณี COVID-19) ในไทย ตลอดระยะเวลาที่พำนักในไทย

3.1.3 เอกสารยืนยันการจองสถานที่กักตัว ได้แก่ Alternative State Quarantine (ASQ) หรือ Alternative Local Quarantine (ALQ) หรือ Alternative Hospital Quarantine (AHQ) หรือ Organizational Quarantine (OQ) แล้วแต่ประเภทของคนต่างชาติ เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน (* โปรดดูคำอธิบายแนบท้าย)

3.1.4 (กรณีที่ต้องขอวีซ่า) ใบสมัครวีซ่า (คลิก) https://drive.google.com/file/d/1CpESGLlCr2mPfBPAbRRe-alOxzkkJ3FL/view  และรูปถ่าย (4.5 ซม. x 3.5 ซม.) (* โปรดดูคำอธิบายแนบท้าย)

3.2 เอกสารเฉพาะที่คนต่างชาติแต่ละประเภทจะต้องแสดงต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แก่

 

ประเภทของคนต่างชาติ เอกสารเฉพาะของคนต่างชาติ
คนต่างชาติที่จำเป็นต้องไปรักษาพยาบาลและผู้ติดตามไม่เกิน 3 คน และต้องไม่เป็นกรณีเข้าไทยเพื่อการรักษาพยาบาลโรค COVID-19 – Confirmation Letter (สำหรับผู้ป่วย) และ Affidavit of Support (สำหรับผู้ติดตาม หากมี) จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข

– รายละเอียดการเดินทางเข้าไทย

กรณีเดินทางทางอากาศ: หมายเลขเที่ยวบิน วันและเวลาที่จะเดินทางถึงไทย ท่าอากาศยานปลายทางในไทย (อนึ่ง หากเดินทางด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง ผู้เดินทางจะต้องส่งสำเนาใบรับรองแพทย์ Fit to Fly และผลการตรวจ COVID-19 ให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ก่อนเดินทางอย่างน้อย 24 ชั่วโมงด้วย)

กรณีเดินทางทางบก: ชื่อ-สกุลและหมายเลขโทรศัพท์ของคนขับ ป้ายทะเบียนรถ วันและเวลานัดหมายที่ด่าน

– ผู้ร้องสมัครวีซ่าท่องเที่ยว รหัส MT ค่าธรรมเนียม 40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ Non-Immigrant O (รักษาพยาบาล) ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

– ผู้ติดตามสมัครวีซ่า Non-Immigrant O (รักษาพยาบาล) ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่มีคู่สมรสตามกฎหมาย บิดา มารดา หรือบุตร เป็นบุคคลสัญชาติไทย – เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับบุคคลสัญชาติไทย เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร

 

– ผู้ร้องสมัครวีซ่า Non-Immigrant O ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย และคู่สมรส/บุตร – ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.15 หรือ ตม.16 หรือ ตม.17)

– Re-Entry Permit หรือ Non-Quota Immigrant Visa

– (กรณีคู่สมรส/บุตร) เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับคู่สมรส/บุตร เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร

คนต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำงานในไทย และคู่สมรส/บุตร – ใบอนุญาตทำงานหรือหนังสือยืนยันการอนุญาตให้เข้ามาทำงานจากกระทรวงแรงงาน (สำหรับการทำงานทั่วไป) กระทรวงศึกษาธิการหรือโรงเรียนนานาชาติ (สำหรับครู) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สำหรับนักลงทุน)

* กรณีครู สถานเอกอัครราชทูตฯ จะต้องได้รับแจ้งการอนุมัติชื่อจากกระทรวงศึกษาธิการก่อนเท่านั้น

– (กรณีคู่สมรส/บุตร) เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับคู่สมรส/บุตร เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร

 

– ผู้ร้องสมัครวีซ่า Non-Immigrant B/IB/M/RS/SMART (แล้วแต่กรณี) ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

– คู่สมรส/บุตรสมัครวีซ่า Non-Immigrant O ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่เป็นนักเรียน/นักศึกษาของสถานศึกษาในไทยที่ทางการไทยรับรอง และบิดา/มารดา/ผู้ปกครอง รวมถึงการเข้ามารับการศึกษา/ดูงาน/ฝึกงาน อบรมในระยะสั้น ในหน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ องค์กรระหว่างประเทศ หรือสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนตามกฎหมาย/เข้ามาประชุมหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาขององค์กรเอกชนในประเทศไทย – เอกสารยืนยันสถานภาพนักเรียน/นักศึกษา หรือหนังสือตอบรับเข้าศึกษาจากสถานศึกษาในไทยที่ทางการไทยรับรอง

– หนังสือรับรองจากหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น (ยกเว้นโรงเรียนนานาชาติและสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน)

– (กรณีบิดา/มารดา/ผู้ปกครอง) เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับบิดา/มารดา/ผู้ปกครอง เช่น สูติบัตร คำสั่งศาล

 

– ผู้ร้องสมัครวีซ่า Non-Immigrant ED ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

– บิดา/มารดา/ผู้ปกครองสมัครวีซ่า Non-Immigrant O ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

บุคคลในคณะทูตหรือคณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ และครอบครัว – หนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่/องค์การระหว่างประเทศในไทย

– (สำหรับครอบครัว) เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับครอบครัว เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร

 

– สถานเอกอัครราชทูตฯ จะออกวีซ่าทูตสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หรือ U.N. Laissez Passer สีแดง (ไม่มีค่าธรรมเนียม) วีซ่าราชการสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการ หรือ U.N. Laissez Passer สีฟ้า (ไม่มีค่าธรรมเนียม) และวีซ่า Non-Immigrant F สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ)

คนต่างชาติที่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส TR – วีซ่าท่องเที่ยว รหัส TR

 

หากผู้ร้องยังไม่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส TR

– หลักฐานที่แสดงการเดินทางเข้าและออกจากไทย เช่น บัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ

– หลักฐานทางการเงินที่ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท/คน หรือ 40,000 บาท/ครอบครัว

– ค่าธรรมเนียม 40 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส STV – วีซ่าท่องเที่ยว รหัส STV

หากผู้ร้องยังไม่มีวีซ่าท่องเที่ยว รหัส STV

โปรดศึกษารายละเอียดที่นี่ (คลิก)

 

เงื่อนไขของการตรวจลงตราและผู้สมัครวีซ่า STV

  • ผู้สมัครวีซ่า STV ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติกัมพูชาหรือบุคคลที่มีถิ่นพำนักถาวรในกัมพูชา รวมทั้งคู่สมรส (ไม่จำกัดอายุ) และบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย (อายุไม่เกิน 20 ปี) ซึ่งปัจจุบันพำนักอยู่ในกัมพูชาเท่านั้น
  • ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า STV คือ 80 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับใช้เดินทางเข้าไทยได้ 1 ครั้ง โดยวีซ่า STV มีอายุการใช้งาน 3 เดือน เมื่อเดินทางเข้าไทยแล้ว ผู้ถือวีซ่า STV จะได้รับอนุญาตให้พำนักในไทยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน ซึ่งสามารถขยายระยะเวลาพำนักได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน (ไม่เกิน 30 ก.ย. 2564)
  • วีซ่า STV ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่าประเภทอื่นระหว่างที่พำนักในไทยได้
  • หากผู้ถือวีซ่า STV ถูกตรวจสอบพบในภายหลังว่าไม่มีคุณสมบัติ หลักฐานหรือพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตพำนักในไทย และกระทรวงการต่างประเทศจะนำชื่อใส่ไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เดินทางเข้าราชอาณาจักรต่อไป

 

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับการขอวีซ่า STV

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุไม่น้อยกว่า 12 เดือน
  • แบบฟอร์มขอรับการตรวจลงตรา
  • รูปถ่าย 4.5 ซม. x 3.5 ซม. ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
  • (สำหรับผู้ที่ไม่มีสัญชาติกัมพูชา) หลักฐานการมีถิ่นพำนักถาวรในกัมพูชา
  • หลักฐานที่อยู่ในกัมพูชาในปัจจุบัน
  • ประวัติอาชญากรรมที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน ออกโดยทางการกัมพูชาและประเทศที่ผู้ร้องถือสัญชาติ (หากไม่มีสัญชาติกัมพูชา)
  • แบบฟอร์มยืนยันว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวงฯ ออกตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12 (4) (คลิก) ที่มีลายมือชื่อและตราประทับของแพทย์
  • หลักฐานการมีกรมธรรม์ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุคุ้มครองตลอดระยะเวลาที่แสดงความประสงค์จะพำนักในไทย โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยสำหรับค่ารักษาพยาบาลในกรณีผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า 40,000 บาท และในกรณีผู้ป่วยในไม่น้อยกว่า 400,000 บาท ทั้งนี้ สามารถซื้อประกันได้จาก http://longstay.tgia.org
  • หลักฐานการชำระค่าที่พักเต็มจำนวนตลอดระยะเวลาที่แสดงความประสงค์จะพำนักในไทย ได้แก่ (1) โรงแรม ซึ่งต้องออกจากผู้ประกอบการโดยตรงและมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีแสดงไว้อย่างชัดเจน (2) หลักฐานการมีกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ในอาคารชุดพักอาศัยในไทย หรือ (3) หลักฐานการซื้อหรือเช่าซื้ออาคารชุดพักอาศัย ซึ่งได้ชำระค่าซื้อหรือค่าเช่าซื้อไปแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่า
  • ทะเบียนสมรส (สำหรับคู่สมรสของผู้ร้อง) หรือสูติบัตร (สำหรับบุตร)
คนต่างชาติ (หนังสือเดินทางธรรมดา) ที่สามารถเข้าไปท่องเที่ยวไทยได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า ประเภท 30 วัน หรือ 90 วัน บุคคลจากประเทศ/ดินแดนเหล่านี้สามารถท่องเที่ยวในไทยได้ 30 วัน (ได้รับการขยายเป็น 45 วัน จนถึง 30 ก.ย. 2564): อันดอร์รา ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยี่ยม บาห์เรน บรูไน แคนาดา เช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ อินโดนีเซีย ไอร์แลนด์ อิสราเอล อิตาลี ญี่ปุ่น คูเวต ลัตเวีย ลิกเตนสไตน์ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มาเลเซีย มัลดีฟส์ มอริเชียส โมนาโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โอมาน ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ โปรตุเกส กาตาร์ ซานมารีโน สิงคโปร์ สโลวัก สโลวีเนีย สเปน แอฟริกาใต้ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี ยูเครน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา

บุคคลจากประเทศ/ดินแดนเหล่านี้สามารถท่องเที่ยวในไทยได้ 30 วัน: ฮ่องกง สปป.ลาว มาเก๊า มองโกเลีย รัสเซีย เวียดนาม

บุคคลจากประเทศ/ดินแดนเหล่านี้สามารถท่องเที่ยวในไทยได้ 90 วัน: อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี เปรู

ทั้งนี้ ยังไม่อนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทาง

เข้าไปท่องเที่ยวไทยได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า (ปกติได้รับอนุญาต 14 วัน) เนื่องจากยังต้องเข้ารับการกักตัว 14 วัน ดังนั้น ผู้ถือหนังสือเดินทางกัมพูชาจะต้องขอรับวีซ่าประเภท TR หรือ STV ก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวในไทย

คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant B (การติดต่อหรือประกอบธุรกิจ) – วีซ่า Non-Immigrant B

 

หากผู้ร้องยังไม่มีวีซ่า Non-Immigrant B

– หนังสือรับรองการทำงานของบริษัทที่ผู้ร้องทำงานอยู่ รวมทั้งระบุวัตถุประสงค์ของการเดินทางไปไทย ชื่อบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานที่จะไปติดต่อ

– หลักฐานแสดงฐานะทางการเงินหรือการทำธุรกิจของผู้ร้อง (กรณีไม่ได้ทำงานกับบริษัทหรือหน่วยงานใด ๆ)

– หลักฐานแสดงสถานะทางการเงิน/โครงการที่จะเข้ามาดำเนินการในไทย (กรณีประสงค์จะเข้ามาเป็นผู้ประกอบกิจการในไทย)

– หนังสือเชิญของบริษัทในไทยให้ผู้ร้องเดินทางไปไทยเพื่อติดต่อธุรกิจ โดยต้องแนบเอกสารของบริษัท เช่น ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ถ้ามี) ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม งบการเงินปีล่าสุด ฯลฯ

– สำเนาบัญชีเงินฝากซึ่งมีเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หรือเทียบเท่า ย้อนหลัง 6 เดือนติดต่อกัน

– (กรณีเข้าข่ายเป็นผู้ลงทุนในไทย) หลักฐานกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือหลักฐานการโอนเงินและสำเนาบัญชีเงินฝากในไทย หรือพันธบัตรรัฐบาล มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท

– ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant O (เพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย) หรือ O-X หรือ O-A – วีซ่า Non-Immigrant O (เพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย) หรือ O-X หรือ O-A

 

หากผู้ร้องยังไม่มีวีซ่า O (เพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย) หรือ O-A

โปรดศึกษารายละเอียดที่นี่ (คลิก)

หากผู้ร้องยังไม่มีวีซ่า O-X

โปรดศึกษารายละเอียดที่นี่ (คลิก)

ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องแนบกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่มีวงเงินเอาประกันภัยสำหรับค่ารักษาพยาบาลในกรณีผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า 40,000 บาท และกรณีผู้ป่วยในไม่น้อยกว่า 400,000 บาท เพิ่มเติมด้วย

คนต่างชาติที่มีวีซ่า Non-Immigrant R (เข้ามาเผยแผ่ศาสนาในประเทศไทย) – หนังสืออนุมัติจากกรมการศาสนา และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)
คนต่างชาติที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครในองค์กรเอกชน (NGO) หรือองค์กรการกุศล สาธารณะ หรือมูลนิธิ (Non-Immigrant O) – หนังสือรับรองจากองค์กรเอกชน (NGO) หรือองค์กรการกุศล สาธารณะ หรือมูลนิธิ

– เอกสารการจดทะเบียนขององค์กรเอกชน (NGO) หรือองค์กรการกุศล สาธารณะ หรือมูลนิธิ

– ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่เคยมีสัญชาติไทย (Non-Immigrant O) – หลักฐานการเคยมีสัญชาติไทย

– ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่เข้ามาเป็นคู่ความและพยานในการดำเนินคดีในประเทศไทย (Non-Immigrant O) – หนังสือจากศาลในประเทศไทย รับรองการขอให้คนต่างชาติเข้ามาเป็นคู่ความหรือพยานในการดำเนินคดีในประเทศไทย

– ค่าธรรมเนียม 80 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่มี Transit visa เพื่อเดินทางผ่านประเทศไทยโดยออกจากสนามบิน โดยต้องกักตัว 14 วัน – หลักฐานที่แสดงการเดินทางเข้าและออกจากไทย เช่น บัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ

– หลักฐานทางการเงินที่ไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท/คน หรือ 20,000 บาท/ครอบครัว

– ค่าธรรมเนียม 35 ดอลลาร์สหรัฐ

คนต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเล่นกีฬาในประเทศไทย – หนังสืออนุมัติจากสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้อง และจากกระทรวงการต่างประเทศ

– ค่าธรรมเนียม 35 ดอลลาร์สหรัฐ

ผู้ถือ APEC card รหัส THA APEC card รหัส THA

 

3.3 วิธีการขอรับ COE และวีซ่า

คนต่างชาติที่เดินทางทางอากาศ โปรดลงทะเบียนเพื่อขอรับ COE ที่ https://coethailand.mfa.go.th/ และขอรับวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ

คนต่างชาติที่เดินทางทางบก โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ โดยตรงทั้งการขอรับ COE และวีซ่า

การยื่นเอกสารทั้งขอรับวีซ่าและ COE ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า

เวลาทำการ             09.00-10.00 น.       ยื่นเอกสาร

14.00-15.00 น.       รับเอกสาร (ภายใน 3 วันหลังจากวันที่ยื่นเอกสาร)

 

  1. ข้อมูลเพิ่มเติม

 

4.1 การสมัครวีซ่า บุคคลทุกสัญชาติสามารถสมัครวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ อย่างไรก็ตาม บุคคลบางสัญชาติมีข้อกำหนดเพิ่มเติมและต้องได้รับการตรวจประวัติและการอนุมัติจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งใช้เวลาดำเนินการอย่างน้อย 1 เดือน โปรดศึกษาที่นี่ (คลิก)

4.2 สถานที่กักตัวสำหรับคนต่างชาติ (จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทุกกรณี)

4.2.1 คนต่างชาติที่จำเป็นต้องไปรักษาพยาบาลและผู้ติดตามจะต้องเข้ารับการกักตัวใน Alternative Hospital Quarantine (AHQ) เท่านั้น โดยสามารถดูรายชื่อโรงพยาบาลได้ที่นี่

http://www.hsscovid.com/files/Alternative%20Hospital%20Quarantine.pdf

http://www.hsscovid.com/files/Alternative%20Hospital%20Quarantine2.pdf

4.2.2 สำหรับคนต่างชาติกลุ่มอื่น ๆ หากบินไปกรุงเทพฯ จะต้องเข้ารับการกักตัวใน Alternative State Quarantine (ASQ) โดยสามารถดูรายชื่อ ASQ ได้ที่ http://hsscovid.com/ หรือที่นี่ (คลิก) แต่หากเดินทางเข้าไทยทางบก (ด่านปอยเปต – คลองลึก เท่านั้น) จะต้องเข้ารับการกักตัวใน Alternative Local Quarantine (ALQ) ซึ่งปัจจุบันมี 1 แห่ง ได้แก่ โรงแรม Tawa Ravadee Resort (คลิก) ทั้งนี้ ท่านจะต้องติดต่อโรงแรมต่าง ๆ โดยตรง เพื่อให้โรงแรมระบุว่าเป็น ASQ package หรือ ALQ package ในเอกสารการจอง หรือจองผ่าน https://www.agoda.com/quarantineTH

4.2.3 คนต่างชาติที่เป็นนักเรียน/นักศึกษาของสถานศึกษาบางแห่งสามารถเข้ารับการกักตัวใน Organizational Quarantine (OQ) ซึ่งสถานศึกษาจัดให้ได้ด้วย นอกเหนือจาก ASQ หรือ ALQ อย่างไรก็ดี หากท่านเดินทางเข้าไทยทางบก ท่านไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางนานกว่า 2 ชั่วโมงเพื่อไปยังสถานที่กักตัว

4.3 ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly/Fit to Travel สามารถขอรับได้ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกใดก็ได้ในกัมพูชา อย่างไรก็ดี หากเดินทางเข้าไทยทางบก ด่านชายแดนฝั่งกัมพูชาบางแห่งมักจะเรียกดูใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลในพื้นที่เท่านั้น

4.4 สำหรับการเดินทางเข้าไทย (การเดินทางระหว่างประเทศ) ผลการตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR

ที่มา https://phnompenh.thaiembassy.org/th/

 

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย Free Consulting !

คำสัญญาจากเรา

  • บริการดี ปรึกษาฟรี อำนวยความสะดวกทุกขั้นตอนการดำเนินการ
  • คุณภาพ รู้จริง รับผิดชอบงาน
  • จริงใจ เหมือนคุณคือครอบครัวเดียวกับเรา
  • คุ้มค่า บริการเกินราคา